ไปยุโรปให้พร้อม เช็กวัคซีน ยาประจำตัว และวิธีดูแลร่างกายก่อนเดินทาง

3

ก่อนจองทริปและจัดกระเป๋า สิ่งที่หลายคนมักเผลอมองข้ามคือ สุขภาพก่อนทัวร์ยุโรป ทั้งที่ความจริงแล้วการเดินทางไกลหลายชั่วโมง อากาศที่เปลี่ยนเร็ว อาหารไม่คุ้นเคย และตารางเที่ยวที่แน่นกว่าปกติ ล้วนทำให้ร่างกายรับภาระมากขึ้น ถ้าเตรียมตัวดีตั้งแต่ก่อนบิน โอกาสป่วยกลางทริปก็ลดลง และคุณจะได้ใช้เวลาที่มีอย่างคุ้มค่าจริงๆ

ไปยุโรปให้พร้อม เช็กวัคซีน ยาประจำตัว และวิธีดูแลร่างกายก่อนเดินทาง

คำถามที่เจอบ่อยคือ ต้องฉีดวัคซีนอะไรเพิ่มไหม ควรตรวจสุขภาพก่อนหรือเปล่า และควรพกยาอะไรติดตัวไปบ้าง คำตอบไม่ได้มีชุดเดียวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับอายุ โรคประจำตัว ประเทศที่ไป ช่วงฤดูกาล และรูปแบบการท่องเที่ยว บทความนี้จะช่วยไล่เช็กแบบเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่เรื่องวัคซีนไปจนถึงการดูแลตัวเองระหว่างทริป

ทำไมทริปยุโรปถึงต้องเตรียมสุขภาพมากกว่าที่คิด

หลายคนมองว่ายุโรปเป็นปลายทางที่ระบบสาธารณสุขดี จึงไม่น่ากังวลเรื่องสุขภาพมากนัก มุมนี้ถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะแม้ปลายทางจะพร้อม แต่ร่างกายของผู้เดินทางอาจไม่พร้อมก็ได้ ปัญหาที่พบจริงบ่อยกว่าที่คิดคือ นอนน้อยก่อนบิน ขาดน้ำจากการเดินทาง Jet lag ป่วยจากอากาศเย็น และอาการกำเริบของโรคประจำตัว มากกว่าจะเป็นโรคแปลกใหม่

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือโรคติดเชื้อพื้นฐานยังมีอยู่ในยุโรป เช่น ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 และการระบาดเป็นระยะของโรคหัดในบางประเทศ ข้อมูลจาก WHO ระบุว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลทำให้เกิดผู้ป่วยรุนแรงราว 3 ถึง 5 ล้านรายต่อปีทั่วโลก ส่วน ECDC ก็เคยรายงานการกลับมาของโรคหัดในหลายพื้นที่ของยุโรปในช่วงหลังโควิด นั่นแปลว่า การทบทวนวัคซีนเดิมยังสำคัญเสมอ โดยเฉพาะถ้าคุณต้องอยู่ในที่แออัด เช่น สนามบิน รถไฟ พิพิธภัณฑ์ หรือทัวร์กลุ่มใหญ่

วัคซีนอะไรที่ควรเช็กก่อนออกเดินทาง

คำตอบสั้นๆ คือ ไม่ใช่ทุกคนต้องฉีดวัคซีนเพิ่ม แต่ทุกคนควร เช็กประวัติวัคซีนเดิม ให้แน่ใจก่อนเดินทาง โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ทบทวนมาหลายปี

วัคซีนพื้นฐานที่ควรอัปเดต

  • ไข้หวัดใหญ่ ควรพิจารณาทุกปี โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนท้อง เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว เพราะอากาศเย็นและการอยู่ในพื้นที่ปิดเพิ่มโอกาสรับเชื้อได้ง่าย
  • โควิด-19 ควรดูคำแนะนำเข็มกระตุ้นล่าสุดตามอายุและความเสี่ยง แม้หลายประเทศไม่บังคับ แต่การป้องกันอาการรุนแรงยังมีประโยชน์
  • คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ถ้าไม่ได้กระตุ้นมานานกว่า 10 ปี ควรถามแพทย์ว่าควรฉีดหรือไม่
  • MMR หรือ หัด คางทูม หัดเยอรมัน สำคัญมากสำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าเคยฉีดครบหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ไม่มีหลักฐานวัคซีนชัดเจน

วัคซีนตามความเสี่ยงและรูปแบบทริป

  • ไวรัสตับอักเสบเอ เหมาะกับคนที่มีแผนกินอาหารท้องถิ่นหลากหลาย เดินทางหลายเมือง หรือพักแบบแบ็กแพ็กที่สุขอนามัยอาจไม่สม่ำเสมอ
  • ไวรัสตับอักเสบบี ควรเช็กถ้ายังฉีดไม่ครบ หรือมีความเสี่ยงจากหัตถการทางการแพทย์และความใกล้ชิดทางเพศ
  • พิษสุนัขบ้า พิจารณาในกรณีเที่ยวชนบท ทำกิจกรรมกลางแจ้งยาวๆ หรือมีโอกาสสัมผัสสัตว์
  • Tick-borne encephalitis หรือวัคซีนป้องกันโรคจากเห็บ อาจจำเป็นในบางประเทศแถบยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก หากคุณไปเดินป่า แคมป์ปิง หรือเที่ยวธรรมชาติในฤดูที่เห็บชุก

หลักคิดง่ายๆ คือดูให้ครบ 4 เรื่อง ได้แก่ ประเทศที่ไป เมืองที่ไป ฤดูกาลที่เดินทาง และกิจกรรมที่ทำ ถ้าเป็นทัวร์เมืองใหญ่ ความเสี่ยงจะต่างจากการขับรถเที่ยวเองหรือนอนชนบทพอสมควร

ควรพบแพทย์ก่อนเดินทางเมื่อไร

ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ก่อนบิน เพราะถ้าต้องฉีดวัคซีนบางชนิด ร่างกายจะมีเวลาสร้างภูมิ และยังมีเวลาปรับยาในกรณีที่มีโรคประจำตัวด้วย สำหรับคนที่มีแผนเดินทางกระชั้นชิดก็ยังควรปรึกษาแพทย์อยู่ดี เพราะแม้จะเหลือเวลาไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ช่วยประเมินความเสี่ยงและเตรียมยาที่เหมาะสมได้

  • ผู้ที่ควรพบแพทย์แน่ๆ ได้แก่ ผู้สูงอายุ
  • คนที่เป็นเบาหวาน ความดัน หอบหืด โรคหัวใจ หรือโรคไต
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือมีแผนขึ้นเครื่องบินระยะไกล
  • คนที่เคยมีประวัติลิ่มเลือดอุดตัน แพ้อาหารรุนแรง หรือผ่าตัดไม่นาน

ดูแลตัวเองก่อนบินและระหว่างทริปอย่างไร

ต่อให้วัคซีนครบ แต่ถ้านอนน้อย ดื่มน้ำน้อย และฝืนเที่ยวแบบไม่พัก ร่างกายก็พังได้เหมือนกัน เรื่องนี้เป็นหัวใจของการเตรียม สุขภาพก่อนทัวร์ยุโรป เพราะปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความล้าและการปรับตัว ไม่ใช่จากโรครุนแรงเสมอไป

  • นอนให้พอก่อนเดินทาง 2 ถึง 3 คืน อย่าหวังไปนอนชดเชยบนเครื่อง
  • ดื่มน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะวันบิน เพราะอากาศในเครื่องค่อนข้างแห้ง
  • ลุกเดินหรือขยับขาทุก 1 ถึง 2 ชั่วโมง ถ้านั่งไฟลต์ยาว เพื่อลดความเสี่ยงขาบวมและลิ่มเลือด
  • พกของว่างที่ย่อยง่าย เช่น ถั่ว ผลไม้อบแห้ง หรือแครกเกอร์ เผื่อมื้ออาหารคลาดเวลา
  • แต่งตัวเป็นชั้นๆ เพื่อรับมืออากาศยุโรปที่เปลี่ยนระหว่างเช้ากับเย็นได้มาก
  • อย่าจัดตารางวันแรกแน่นเกินไป ให้ร่างกายมีเวลาปรับ Jet lag

ถ้าคุณมีลำไส้แปรปรวน ไมเกรน หรือภูมิแพ้ การจัดเวลานอนและมื้ออาหารให้ใกล้เคียงเดิมจะช่วยได้มากกว่าที่คิด บางครั้งสิ่งเล็กๆ อย่างการดื่มกาแฟมากเกินในวันบิน ก็ทำให้นอนไม่หลับและเพลียต่อเนื่องได้ทั้งทริป

ยาประจำตัว เอกสารสุขภาพ และประกันที่ไม่ควรลืม

นักเดินทางจำนวนไม่น้อยเตรียมเสื้อผ้าครบ แต่ลืมเรื่องยา ซึ่งเป็นจุดที่สร้างปัญหาจริงเมื่อไปถึงปลายทาง ยาบางตัวชื่อการค้าไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ และบางรายการซื้อซ้ำได้ยาก จึงควรเตรียมให้พร้อมจากไทย

  • พกยาประจำตัวให้พอใช้ตลอดทริป และเผื่ออย่างน้อย 3 ถึง 5 วัน
  • แยกยาใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ไม่โหลดใต้ท้องเครื่องทั้งหมด
  • พกใบรับรองแพทย์หรือสำเนาใบสั่งยา หากมียาฉีด ยาควบคุมพิเศษ หรืออุปกรณ์การแพทย์
  • เตรียมยาพื้นฐาน เช่น ยาแก้ปวด ลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาแก้เมารถ ยาแก้ท้องเสีย และพลาสเตอร์
  • ทำประกันเดินทางที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลจริง ไม่ใช่ดูแค่ราคาถูก

สัญญาณแบบไหนที่ไม่ควรฝืนเดินทาง

บางอาการไม่ควรรอดูเอง โดยเฉพาะก่อนวันบินหรือระหว่างทริป ถ้าเกิดอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์

  • ไข้สูงต่อเนื่อง ไอมาก หอบเหนื่อย หรือเจ็บหน้าอก
  • ท้องเสียรุนแรง อาเจียนมาก จนกินน้ำไม่ได้
  • ขาบวมข้างเดียว ปวดน่องมาก หรือหายใจไม่อิ่มหลังไฟลต์ยาว
  • อาการของโรคประจำตัวกำเริบ เช่น ความดันสูงผิดปกติ น้ำตาลแกว่ง หรือหอบหืดไม่คุม

สรุป

การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปยุโรปไม่ได้แปลว่าต้องฉีดวัคซีนทุกชนิด แต่คือการรู้ว่าร่างกายของตัวเองต้องการอะไรบ้างในทริปนั้นๆ ตั้งแต่ทบทวนวัคซีนพื้นฐาน ปรึกษาแพทย์เมื่อมีความเสี่ยง พกยาให้พร้อม ไปจนถึงจัดการเรื่องนอน น้ำ และพลังงานระหว่างเดินทาง หากมองให้ลึกกว่าการแพ็กกระเป๋า คุณจะเห็นว่า สุขภาพก่อนทัวร์ยุโรป คือการลงทุนเล็กๆ ที่ช่วยให้ทั้งทริปเบาสบายขึ้นมาก และบางทีคำถามสำคัญที่สุดก่อนออกเดินทางอาจไม่ใช่ ไปที่ไหนก่อนดี แต่คือ ร่างกายของเราพร้อมสนุกกับการเดินทางครั้งนี้แล้วหรือยัง